อาเซียน เตรียมทำแผนสร้างความมั่นคงทางอาหารระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2009-2013 หวังแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารของโลกในระยะยาว โดยจะดึงภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนกับอาเซียน
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า อาเซียนได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปรับขึ้นราคาอาหารของโลกโดยเฉพาะข้าว เนื่องจากพื้นที่ในหลายประเทศถูกแบ่งไปใช้ปลูกพืชพลังงาน ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร อาเซียนจำเป็นต้องหายุทธศาสตร์ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับภูมิภาคอาเซียน เพราะอาเซียนมีความพร้อมทั้งทรัพยากร เทคโนโลยี ความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารได้ โดยอาเซียนจะมีการทำแผนสร้างความมั่นคงทางอาหารระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2009-2013 ซึ่งจะเป็นแผนที่มีการประสานงานกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมากขึ้น หลังจากนั้นภาคเอกชนจะเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขเรื่องการขาดแคลนอาหาร ทั้งนี้ เชื่อว่าความร่วมมือกับระหว่างภาครัฐ อาเซียน และเอกชนจะช่วยแก้วิกฤตอาหารโลกได้ ในขณะเดียวกันช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวด้วย รัฐบาลและอาเซียนจะเข้ามีบทบาทในการกำหนดแนวนโยบายและทิศทางการแก้ไขปัญหา แต่ผู้ปฏิบัติต้องเป็นภาคเอกชนที่จะเข้ามาช่วยเหลื
อด้านเงินทุน เทคโนโลยีการผลิตอาหาร การวิจัยพันธุ์ข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิต ระบบการจัดการกระจายสินค้า การสร้างเครือข่ายต่างๆ ของเอกชน เนื่องจากอาเซียนมีศักยภาพด้านการผลิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การเพาะปลูกและการชลประทาน
เลขาธิการอาเซียน กล่าวด้วยว่า แนวทางแปัญหาชาวโรฮิงญาจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านอาหาร เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนประสบปัญหาขาดแคลนอาหารถึงร้อยละ 30 ทั้งนี้ยืนยันว่า อาเซียนไม่ได้ละเลยปัญหาดังกล่าว แต่เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องเข้าสู่เวทีการหารือระดับภูมิภาค รวมถึงการประชุมบาหลีโพรเซส ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 14-15 เมษายนนี้ โดยชาวโรฮิงญาต้องได้รับการแยกแยะว่าเป็นชนกลุ่มใด เพื่อให้ได้ความช่วยเหลืออย่างถูกต้อง เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าชาวโรฮิงญาและชาวพม่ามีจำนวนเท่าไรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านอาหาร จากนั้นจะมีการทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป
www.google.com
อด้านเงินทุน เทคโนโลยีการผลิตอาหาร การวิจัยพันธุ์ข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิต ระบบการจัดการกระจายสินค้า การสร้างเครือข่ายต่างๆ ของเอกชน เนื่องจากอาเซียนมีศักยภาพด้านการผลิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การเพาะปลูกและการชลประทาน
เลขาธิการอาเซียน กล่าวด้วยว่า แนวทางแปัญหาชาวโรฮิงญาจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านอาหาร เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนประสบปัญหาขาดแคลนอาหารถึงร้อยละ 30 ทั้งนี้ยืนยันว่า อาเซียนไม่ได้ละเลยปัญหาดังกล่าว แต่เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องเข้าสู่เวทีการหารือระดับภูมิภาค รวมถึงการประชุมบาหลีโพรเซส ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 14-15 เมษายนนี้ โดยชาวโรฮิงญาต้องได้รับการแยกแยะว่าเป็นชนกลุ่มใด เพื่อให้ได้ความช่วยเหลืออย่างถูกต้อง เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าชาวโรฮิงญาและชาวพม่ามีจำนวนเท่าไรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านอาหาร จากนั้นจะมีการทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป
www.google.com





