วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2552

โทรทัศน์ การเมือง การรับผิดชอบ ส่วนร่วมทางการเมือง

ประชาชนโดยส่วนมากเข้าใจว่าประชาธิปไตยนั้นคือ การเลือกตั้ง เลยลืมคำนึงถึงว่าที่จริงแล้วประชาชนนั่นแหล่ะเป็นผู้มีอำนาจทางการเมื่องโดยตรงอีกทั้งสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การเมืองไทยในอดีตมีกลไกในการแก้ปัญหาความวุ่นวายอันเนื่องมาจากระบอบประชาธิปไตยด้วยการปฏิวัติ รัฐประหาร ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดการมีส่วนร่วมทางการเมืองและขาดความรู้ของประชาชน และทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหาทางการเมืองของไทยการปฏิวัติก็จะวนกลับมาอีกครั้งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิธีการแก้ปัญหาซึ่งต้องใช้เวลานาน นั่นคือปล่อยให้เกิดการเรียนรู้กันเอง ซึ่งอาจเป็นทางออกของระบบการเมืองไทย ด้วยการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ดังนั้นตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ภาคสังคมได้มีความพยายามในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับในอดีต ด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อปฏิรูปการเมืองให้เปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การพัฒนายิ่งขึ้นไป
บทบาทและหน้าที่สื่อโทรทัศน์ที่สำคัญประการหนึ่งในสังคมระบอบประชาธิปไตย นั้นคือการเป็นองค์กรที่เป็นสื่อกลาง ด้านการส่งผ่านข่าวสาร ข้อมูล กฎระเบียบต่างๆ ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง จากภาครัฐสู่ประชาชนและจากภาคประชาชนสู่ภาครัฐ สื่อโทรทัศน์จะมีหน้าที่และมีบทบาทเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบปัญหาบ้านเมือง เมื่อประชาชนไม่มีความรู้ทางด้านการเมือง จึงไม่สามารถ ก่อให้เกิดกระบวนการตรวจสอบทางการเมืองได้ ทำให้ภาครัฐปิดบังข้อมูลไว้โดยที่ประชาชนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าข้อมูลที่ภาครัฐนำเสนอมานั้นเป็นข้อมูลที่แท้จริงหรือไม่ เมื่อประชาชนไม่สามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ที่นำเสนอออกมาจากภาครัฐ ซึ่งสถานการณ์ในลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นในประเทศด้อยพัฒนา เพราะประชาชนเข้ามามีบทบาทในการมีส่วนร่วมทางการเมืองน้อย เนื่องจากไม่มีความรู้ทางการเมืองนั้นเอง ซึ่งสภาพดังกล่าวทำให้
เศรษฐกิจและสังคม และความเป็นไปของประเทศตนเอง เป็นไปในลักษณะที่จำกัด ทำให้เกิดการไร้เสถียรภาพทางการเมือง สื่อที่มีบทบาทต่อสังคมไทยในปัจจุบันคือ สื่อโทรทัศน์ ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนและเพิ่มมากขึ้นอย่างกว้างขวาง
สื่อมวลชนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีลักษณะในการดำเนินการที่เน้นหนักไปในการสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายของรัฐบาล นั้นเพราะเนื่องจากประเทศไทย ถูกปกครองด้วยระบบเผด็จการทางทหารอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทำให้สื่อมวลชนไม่มีอิสระในการเสนอข่าว โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับการเมือง
วัตถุประสงค์ของผู้วิจัยมีแนวทางค้นหาความจริงเกี่ยวกับข่าวการเมืองทางโทรทัศน์มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองไทยเพื่อค้นหาข้อมูลในปัจจุบัน
1 ศึกษาลักษณะประชากรของผู้รับชมข่าวการเมืองทางโทรทัศน์ว่ามีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง
2 ศึกษาเนื้อหาข่าวการเมืองทางโทรทัศน์ว่ามีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง
3 ศึกษาการรูปแบบการนำเสนอข่าวการเมืองทางโทรทัศน์ว่ามีผลต่อการเมืองการมีส่วนร่วมทางการเมืองห
ข่าวการเมืองหมายถึง ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมืองและการบริหาร การปกครองในทุกระดับ การออกกฎหมาย การดำเนินงานของฝ่ายรัฐบาล นโยบายด้านการบริหารของคณะรัฐมนตรี การดำเนินงานของฝ่ายค้าน
การนำเสนอหมายถึง ภาพประกอบและแผนภูมิเพื่ออธิบายเนื้อหาของข่าวที่นำเสนอให้น่าสนใจและเข้าใจง่ายมากขึ้น การมีส่วนร่วมทางการเมืองหมายถึง การมีส่วนร่วมทางการเมือง ในลักษณะต่างๆ เช่น การรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง การไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
การมีส่วนร่วมทางการเมือง คือการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองของประชาชนตามสิทธิที่ระบบการเมืองและกฎหมายกำหนดให้กระทำได้ เป็นการกระทำที่ต้องเกิดขึ้นจากความสมัครใจของประชาชน เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐทั้งในการเมือง การปกครองระดับท้องถิ่น (จันทนา สุทธิจารี, 2544 .หน้า 410) การมีส่วนร่วมทางการเมือง
บุคคลจะมีความกระตือรือร้นทางการเมืองมาก แต่ในบางเวลาและบางสถานการณ์บุคคลอาจจะนิ่งเฉยและเฉื่อยชาทางการเมืองมาก ทั้งนี้เพราะสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญทางการเมืองที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเปลี่ยนแปลงเร็ว บางครั้งเปลี่ยนแปลงช้า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองของบุคคลทั้งสิ้น จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับความสนใจทางการเมืองของแต่ละคน
นอกจากจะเลือกเปิดรับสารแล้ว บุคคลยังเลือกให้ความสนใจกับข่าวสารที่สอดคล้องกับทัศนคติและความเชื่อของตนเพราะจำกัดด้านความสามารถในการรับสารของบุคคล นอกจากนี้การเลือกจดจำ (selective retetion) นอกจากบุคคลจะเลือกรับเลือกให้ความสนใจและเลือกตีความข่าวสารแล้ว บุคคลยังเลือกจดจำเนื้อหาสาระของสารในส่วนที่ต้องการจำ เข้าไปเก็บไว้เป็นประสบการณ์ เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่อไป

7 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บางทีนะ

สื่อก้อชอบลงข่าวมั่ว

ประชาชนทั่วไปที่อ่าน

ก็ไม่ค่อยได้รับข่าวที่เป็นความจริง

ยังงี้เวลาเกิดข่าวทางการเมืองขึ้น

นักข่าวลงข่าวมั่วแบบนี้แหล่ะ

ถึงทำให้ประชาชนทะเลาะกันไปใหญ่

เพราะตัวนักข่าวเองก็ลงตามที่ตนคิด

โดยไม่ถึงหลักความจริง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหาทางการเมืองของไทยการปฏิวัติก็จะวนกลับมาอีกครั้งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน



Kwanchanok Jaijit

5131207041

sec 03

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใช่แล้วประชาชนย่อมสำคัญเสมอ
ถ้าสื่อให้ข่าวแบบผิดๆไป
ก็จะทำให้เกิดปัญหาที่ใหญ่ขึ้นได้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เนื่องจากคนไทยขาดความรู้ทางการเมือง
โดยเฉพาะชาวรากหญ้า
ซึ่งไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านนี้
เพราะไม่การศึกษาที่สูง
ฉนั้นสื่อควรให้ข้อมูลที่เป็นจริง
รู้ไว้ว่าเขาก็เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่ชอบเลยลงข่าวแบบมั่วๆ
ไม่เป็นจริง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้าไม่นำเสนอข่าวที่เป็นความจริง
เหตุการณ์ต่างๆก็คงไม่ดีขึ้นหรอก
อาจมีส่วนร่วมเบบผิดๆ
การโกหกเป็นสิ่งไม่ดีนะคะ
เยเย้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะโกหกกันไปถึงไหน