เมื่อวันก่อนได้ไปฟังสัมนาการท่องเที่ยวมา พระสงฆ์ท่านได้กล่าวว่าเดี๋ยวนี้นั้นการท่องเที่ยวส่วนมากจะมาท่องเที่ยวกันในรูปแบบการปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น เพราะในยุคสมัยนี้นั้นคนเรามักต้องเจอกับปัญหามากมาก เช่น ปัญหาเศรฐกิจ ปัญหาการเมืองหริอแม้กระทั่งปัญหาใกล้ตัว ส่งผลให้จิตใจของคนเรานั้นขุ่นมัว และปัญหานั้นหลักๆนั้นก็คงไม่พ้นปัญหาทางการเมือง เพราะปัญหาทางการเมืองนั้นเป็นปัญหาที่ใกล้กับคนไทยอย่างเราอย่างมากเพราะเมื่อเปิดโทรทัศน์ดูนั้นเรื่องแรกของข่าวมักจะเป็นปัญหาทางการเมือซะส่วนใหญ่ หลายคนสงสัยว่าศาสนานั้นเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไรเพราะพระย่อมอยู่ในวัดละทาง์กับนักการเมือง หลายคนคิดว่าศาสนาก็ส่วนศาสนา พระสงฆ์ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เวลาวิกฤติเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องของนักการเมืองที่จะมากู้เศรษฐกิจ แต่หากนักการเมืองคิดว่ามันคือวิกฤติทางศีลธรรม พระสงฆ์ก็มีสิทธิ์ที่ถูกนิมนต์ให้มาช่วยชาติบ้านเมือง ที่ประเทศศรีลังกา เขาให้พระสงฆ์ลังกาช่วยแนะนำนักการเมืองบริหารประเทศ นายกนักการเมืองต้องเข้าวัดฟังธรรมเป็นกิจวัตรเป็นประจำบ่อย ๆ การเมืองที่ดี ควรยึด
หลักธรรมาธิปไตย หรือยึดความถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเป็นใหญ่ สมัยปัจจุบันเราไม่ค่อยพูดเรื่องนี้เท่าไรนัก เราชอบพูดเฉพาะด้านการเมืองอย่างเดียวล้วน ๆ ไม่ยอมเอาธรรมะมาสอดแทรกเป็นองค์ประกอบ มีการเลือกตั้ง ก็เน้นการหาเสียง หากทำถูกต้องแต่เสียงหายไปก็ไม่กล้าจะทำ และไม่เน้นถึงแก่นสารจริง ๆ ของการเมืองคือ การบริหารการปกครองประเทศ บางคนเล่นการเมืองก็มุ่งแต่ตอบสนองพรรคการเมือง บางพรรคก็เพื่อประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่พูดแต่ปาก บางศาสนาเขารวมศาสนากับการเมืองเป็นหนึ่งเดียว การเผยแผ่ศาสนาก็จะไปพร้อม กับการแผ่ราชอาณาจักร แต่ศาสนาพุทธจะนิยมคิดแบบแยกส่วน พูดแบบง่าย ๆ คือ “พระห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง” จนถึงกับตัดสิทธิการเลือกตั้งอีกด้วย แนวทางพุทธเชิงรุกในเรื่องพุทธศาสนากับการเมืองนั้นต้องทำให้เป็นหนึ่งเดียว อาจเรียกรวมวิชาการใหม่ว่า “พุทธศาสตร์การเมือง” หรือ “การเมืองการปกครองเชิงพุทธ” ก็ได้ โดยมองที่มนุษย์นั้นมีทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา การทำให้ชาติเข้มแข็ง ก็ต้องทำให้คนไทยมีสุขภาพดีมีร่างกายแข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน ควบคุมอารมณ์ได้ดี ขยัน ไม่ย่อท้อ และพัฒนาปัญญาให้สูงขึ้นด้วย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งใดถูกต้อง สิ่งใดไม่ถูกต้อง ตลอดจนมีปัญญาพอที่จะหาทางแก้ไขปัญหาได้ อย่างนี้คนในชาติก็จะแข็งแกร่ง ในเมื่อคนไทยเป็นชาวพุทธถึง 94 % ก็น่าที่จะใช้พุทธศาสตร์การเมืองได้
หลักธรรมาธิปไตย หรือยึดความถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเป็นใหญ่ สมัยปัจจุบันเราไม่ค่อยพูดเรื่องนี้เท่าไรนัก เราชอบพูดเฉพาะด้านการเมืองอย่างเดียวล้วน ๆ ไม่ยอมเอาธรรมะมาสอดแทรกเป็นองค์ประกอบ มีการเลือกตั้ง ก็เน้นการหาเสียง หากทำถูกต้องแต่เสียงหายไปก็ไม่กล้าจะทำ และไม่เน้นถึงแก่นสารจริง ๆ ของการเมืองคือ การบริหารการปกครองประเทศ บางคนเล่นการเมืองก็มุ่งแต่ตอบสนองพรรคการเมือง บางพรรคก็เพื่อประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่พูดแต่ปาก บางศาสนาเขารวมศาสนากับการเมืองเป็นหนึ่งเดียว การเผยแผ่ศาสนาก็จะไปพร้อม กับการแผ่ราชอาณาจักร แต่ศาสนาพุทธจะนิยมคิดแบบแยกส่วน พูดแบบง่าย ๆ คือ “พระห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง” จนถึงกับตัดสิทธิการเลือกตั้งอีกด้วย แนวทางพุทธเชิงรุกในเรื่องพุทธศาสนากับการเมืองนั้นต้องทำให้เป็นหนึ่งเดียว อาจเรียกรวมวิชาการใหม่ว่า “พุทธศาสตร์การเมือง” หรือ “การเมืองการปกครองเชิงพุทธ” ก็ได้ โดยมองที่มนุษย์นั้นมีทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา การทำให้ชาติเข้มแข็ง ก็ต้องทำให้คนไทยมีสุขภาพดีมีร่างกายแข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน ควบคุมอารมณ์ได้ดี ขยัน ไม่ย่อท้อ และพัฒนาปัญญาให้สูงขึ้นด้วย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งใดถูกต้อง สิ่งใดไม่ถูกต้อง ตลอดจนมีปัญญาพอที่จะหาทางแก้ไขปัญหาได้ อย่างนี้คนในชาติก็จะแข็งแกร่ง ในเมื่อคนไทยเป็นชาวพุทธถึง 94 % ก็น่าที่จะใช้พุทธศาสตร์การเมืองได้ พุทธวิธีบริหารBuddhist Style in Management
สมหวัง วิทยาปัญญานนท์

5 ความคิดเห็น:
เรียกได้ว่าศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจของทุกคน
การเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับศาสนาเช่นกัน
นักการเมืองบางท่านที่ได้รับตำแหน่ง
ก็ยังต้องรับพรจากพระเพื่อเป็นสิริมงคล
ใช่สมัยปัจจุบันนักการเมือง
ไม่ยอมเอาหลักธรรมมะ
มาสอดแทรกเป็นองค์ประกอบในการปกครองประเทศ
จึงทำให้บ้านเมืองวุ่นวายอย่างนี้ไงละ
ศาสนายังไงก็ยังเป็นที่พึ่งของมนุษย์ได้เสมอ
ถ้านักการเมืองใช้หลักทางศาสนามากขึ้น
การเมืองก็คงจะดีขึ้น
เมื่อเกิดความทุกข์ใจ
คนก็จะหันเข้าหาศาสนา
แสดงความคิดเห็น